Sunday, July 07, 2002

my first flight to KTM

กลับมาถึงกรุงเทพด้วยความสบายใจแต่ไม่สบายกายเพราะเมาเครื่องนิดหน่อย ฉันก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองหายเมาเครื่องหรือยังเพราะเคยเมาแต่หลังสุด(นานมาแล้ว)ที่ขึ้นเครื่องไม่เป็นไรก็เลยขึ้นเครื่องไปแบบไม่กินยาแก้เมา

วันนี้เดินทางไป kathmandu ประเทศเนปาล เครื่องออก 10:30 แต่ต้องไปเช็คอิน 8:30 (สองชั่วโมงก่อนเวลาเครื่องออก) ฉันไปกับอิสระ(บินไปดูงานไฟล์ทละสองคน)นัดมาเจอกันเจ็ดโมงนิดหน่อยเพราะต้องไปดูเมนูอาหาร(อีกอย่างก็ตื่นเต้นไง) เช็คอินเสร็จไปห้อง study room ดูรายการอาหารและ route spec จะบอก flight time เวลาที่เราสามารถทำงานได้จริงๆ(ตัดเวลาช่วง take off landing ออกไป) และขั้นตอนการบริการสำหรับไฟล์ทนั้นๆ เจอมื้ออาหารเที่ยงพอดี ก็โอเคนะเพราะตอนเรียนครูเค้าก็เน้นๆมันก็พอจะไหว ตอนเข้าห้อง brief ได้เจอพี่ๆตัวจริง(แอร์ สจ๊วตตัวจริงที่ให้บริการ) และ purser พี่ purser บอกว่าให้เราดูเฉยๆไม่ต้องช่วยเพราะจะเกะกะ ให้ห้อง brief เค้าจะให้ดูวีดิโอเรื่อง emergency บอกการบริการคร่าวๆให้เซ็นเอกสารจากนั้นก็ไปขึ้นรถเพื่อไปสนามบิน ตอนลงมาพี่น้ำให้ที่เปิดกระป๋องด้วย หน้าตาน่ารักแถมใจดีอีกต่างหาก(จริงๆก็ไม่น่าจะเป็นพี่หรอกใครจะมาแก่กว่าฉันอีกหละแต่นับ senior ก็ใช่เลย)

รถไปถึงสนามบินเราๆก็เดินไปเซ็นชื่อแล้วเดินเข้า(ไปไหนหละไม่รู้เค้าเรียกอะไร)ไปยังเกทที่เครื่องเราจอด เดินไกลเหมือนกัน นั่งรอเครื่องมาจอดต่องวง(aerobridge)และ cleaner ทำความสะอาดซักพักเราก็เข้าไปเตรียมงาน พี่ๆผู้หญิงเปลี่ยนเป็นชุดไทย(ชั่วโมงบินนานกว่าชั่วโมงครึ่งใส่ชุดไทย) ฉันกับอิสระไปไหว้กัปตัน(พี่ purser บอกว่าจะขอกัปตันให้ไปนั่งใน cockpit) กัปตันพาอิสระไปดูเครื่องข้างล่างด้วยฉันก็อยากไปแต่เค้าบอกว่าไม่ต้องไปมันร้อน ฉันก็ว่าง่ายนะไม่ให้ไปก็ไม่ไป(แต่อยากรู้มั่งนี่นา)ก็ไปช่วยจัดตระกร้า snack จัดหนังสือพิมพ์ อิสระกลับมาก็ไปศึกษางานจากพี่ๆผู้ชาย ได้ช่วยรับผู้โดยสารด้วยนะ ก็แค่ดู boarding pass นำทางช่วยยกกระเป๋าใส่ bin ปิดbin และทำท่าเช็คbin(ว่าปิดสนิท)เหมือนที่เราเคยเห็นแอร์เค้าทำต้องที่เราเป็นผู้โดยสาร ...เฮ้อ...ไม่อยากจะเชื่อว่าได้มาทำอย่างงี้

ผู้โดยสารขาไปไม่เต็ม เครื่องจะขึ้นแล้วอิสระเข้าไปใน cockpit ดูตอน take off (อยู่แล้วฉันขอไปดูตอน landing ดีกว่า) purser ให้ฉันนั่งที่ business นั่งติดกระจกดูวิวได้เหมือนกัน อยากจะอ้วกตอนมันเลี้ยว พอ seat belt sign off ก็ไปช่วยพี่ๆข้างหลัง ไอ้ที่เราเรียนๆมาหนะพี่เค้าก็ทำหลักๆแบบนั้นแหละแต่รายละเอียดไม่ใช่เลย ช่วยกันหมดไม่สนว่าใครตำแหน่งอะไร(เค้าจะมีตำแหน่งระบุประจำตัวแล้วหนังสือจะบอกว่าตำแหน่งไหนมีหน้าที่อะไรบ้าง) ต้องทำงานให้เร็วไว้ก่อน

ฉันก็ดูปกติดีไม่มึนไม่เมาอะไรจนมาเข้าชั่วโมงที่สามนี่แหละจะแย่ มึนหัวต้องนั่งพี่เค้าเรียกให้กินข้าวก็กินไม่ค่อยจะลงมันจะอ้วกซะมากกว่า เครื่องก็จะ land แล้วก็ต้องเข้าห้อง cockpit ก่อนจะ seat belt sign on (หลังจากนั้นเราจะเข้าไม่ได้เพราะเป็นช่วงสำคัญคือจะ landing นักบินต้องการสมาธิมาก) ฉันก็ต้องไปนั่งน้ำลายฟูมปากอยู่ในนั้นซักพัก เห็นเมฆเต็มไปหมดแต่ความรู้สึกตอนนั้นไม่ชื่นชมหรือมองอะไรสวยงามเพราะจะแย่แล้ว มองหา airsickness bag ไม่เห็น หาทางหนีที่ไล่ยังไงดี มองเห็นถุงอาเจียนที่นักบินเอามาใส่เอกสารคิดว่าฉุกเฉินถุงนี้แน่ เครื่องก็แล่นทะลุเมฆลงมาเรื่อยๆ(ลดระดับ) จนเห็นบ้านเมืองเนปาล นั่นไง!!! รันเวย์ได้โปรดแตะพื้นเร็วๆเลยกัปตัน ฉันก็นั่งลุ้นอยู่ข้างหลัง ในที่สุดก็ถึงพื้นอย่างปลอดภัยถุงที่เล็งไว้ก็ไม่ต้องใช้ กัปตันถามว่าเคยมาไหนแล้วบอกว่าที่ kathmandu นี่สนามปราบเซียนเพราะมันมีภูเขาล้อมรอบ เออ..แล้วไหนหละเอเวอร์เรสต์นั่งมองไปรอบๆก็มียอดนึงที่สูงๆกว่าเค้าใช่หรือเปล่านะ นักบินเค้าก็เช็คอะไรของเค้าไปฉันก็ออกมาคิดว่ากินยาแก้เมาดีฝ่ายังต้องบินกลับอีก 3 ชั่วโมงนะ ผู้โดยสารเต็มไม่มีที่ให้นั่งพักด้วย

จอดเครื่องประมาณ 1 ชั่วโมงให้ cleaner มาทำความสะอาด ที่สนามบินนี้ใช้รถบันไดมาต่อ ฉันกับอิสระชวนกันไปสูดอากาศเนปาลนอกลำ(ทำได้แค่นั้นแหละอยากจะเอาเท้าเราไปสัมผัสพื้นแผ่นดินเนปาลเหมือนกันแต่กลัวตำรวจเนปาลซิวซะก่อนก็พี่ท่านมายืนหน้าบันไดอ่ะ) ชักภาพมาเป็นที่ระลึกซึ่งดูแล้วพี่บอกว่าเหมือนถ่ายที่เชียงใหม่ ซักพักผู้โดยสารก็ขึ้นเครื่อง รับผู้โดยสารไม่หวาดไม่ไหวเต็มลำจริงๆว่างแต่ business 1 ที่(เค้าสำรองไว้ให้ฉันกับอิสระและช่างแล้ว) คราวนี้หละได้เห็นของจริงว่าผู้โดยสารเต็มจะเป็นยังไง พี่ๆเค้าก็ทำงานเร็วกว่าที่เราฝึกกันใน mock up ซะอีก ฉันไปช่วยแจก snack และเก็บแก้ว แจกฟอร์มเข้าประเทศ นอกนั้นก็มีไปสัมภาษณ์ผู้โดยสารตามที่ครูอาร์ตสั่งว่าให้สัมภาษณ์มา 5คน จริงๆก็อยากสัมภาษณ์ซัก 10 คือไป 5 กลับ 5 แต่ว่าสภาพไม่ไหวแล้น ตอนขากลับดีเลย์ด้วยเพราะฝนตก runway ลื่น ก็ไม่เอาเครื่องชึ้น ตอนบินกลับ seat belt sign on ตั้ง 2 ที่เพราะอากาศไม่ดี มี turbulance เป็นพักๆ เครื่องสั่นยิ่งกว่าขาไปอีก มาถึงกรุงเทพหกโมงครึ่งกว่าจะออกมากันกว่าจะกลับ crew center ก็ทุ่มกว่า ขนาดฉันไม่ได้ทำงานอะไรนะยังเหนื่อยเลย แต่คิดว่าถ้าเราได้เห็นไฟล์ทยากๆแล้วหละก็ไปไหนคราวนี้ก็สบาย แต่ต้องปรับตัวให้เป็นคนทำอะไรว่องไว พี่ๆเค้าเปลี่ยนชุดกันไวมากๆ(ตอนกลับต้องเปลี่ยนจากชุดไทยเป็นยูนิฟอร์ม)

ป.ล เรื่องล่องแก่งเขียนแล้ว อ่านได้ 1.7.02

No comments: