หลังจากทำ mock up สองวันติด(จันทร์เช้า,อังคารบ่าย)ให้ด้วยตำหนิจนจิตใจห่อเหี่ยวและเมื่อยเพราะว่าก่อนทำงานบ่ายของวันนี้ต้องยืน observe เพื่อนๆที่ทำงานตอนเช้าเมื่อยและระบมเท้าอีกแล้ว พรุ่งนี้นั่งเป็นผู้โดยสารแล้วก็กลับมายืนดูเพี่อนตอนเช้าทำงานตอนบ่ายอีกครั้งวันพฤหัส
ได้ฝึกบ่อยๆก็ดีเหมือนกันมือไม่ค่อยสั่นแล้ว เวลาพูดภาษาอังกฤษก็เต็มปากเต็มคำมากขึ้น รู้สึกตัวเองยืนตัวตรงไม่งอๆเหมือนแรกแต่โดนติบ่อยๆก็นะ..จิตใจแย่หนะแถมวันจันทร์หนะเจ็บทั้งใจเจ็บทั้งกายเพราะว่าเพื่อนร่วมงานและกาชากาแฟที่เพื่อนเก็บในตู้(เล็กๆ)ตกใส่ เพื่อนเค้าไม่ได้วางนอนซ้อนๆกันแต่วางตั้งเบียดๆไว้ ฉันเปิดตู้แล้วกาก็ตกลงมาแล้วฉันยังเอาหน้าแข้งไปรับซะอีกโดนพวยกาครูดหน้าแข้งแหก แต่จะให้งานโดยรวมดีหนะทุกคนต้องทำงานร่วมกันด้วยทำอะไรต้องช่วยกัน...เฮ้อคิดแล้วก็นะ..
ก่อนกลับบ้านแวะไปที่ lockerเพราะได้ยินว่า schedule (เรียกสั้นๆกันว่าสเกต) ที่จะบินเดือนหน้าออกแล้ว !!! ดูแล้วมีไฟล์ทเช้าแบบต้องตื่นประมาณตีสาม 2 ไฟล์ทแต่ที่เด็ดคือฉันเรียนจบวันที่ 9 มีงานปาร์ตี้ตอนกลางคืนแต่มีไฟล์ทต้องไปบินวันที่ 10 ซึ่งต้องไป chk in 8:55 AM งานปาร์ตี้ก็คงจะไม่ลงทุนแต่งตัวมากหละ(เป็นงานแฟนซี)เพราะต้องรีบกลับบ้านนอน ดูตารางของเพื่อนๆที่ไปเอาสเกตพร้อมๆกันทุกคนมี combo แบบ บิน 3 วัน 8 landing (กรุงเทพ-หาดใหญ่-กรุงเทพ-เชียงใหม่(ค้าง..อิอิกลับไปเยี่ยมบ้านฟรี)-กรุงเทพ-หาดใหญ่-สิงค์โปร(ค้าง)-หาดใหญ่-กรุงเทพ) แต่ฉันยังวนเวียนอยู่แถวสิงค์โปรอีกคือกลับมาจาก combo หยุด 1 วัน(แค่เนี้ยะ?!?)แล้วก็บินไปค้างสิงค์โปรอีกครั้ง(กรุงเทพ-ภูเก็ต-สิงค์โปร(ค้าง)-ภูเก็ต-กรุงเทพ) แล้วก็กลับมาหยุด 1 วันแล้วก็ไปสิงค์โปรอีกแต่คราวนี้ไปเช้ากลับเย็น ตารางบินดูแน่นๆประมาณว่าบินแล้วก็หยุด 1 วันแล้วก็บินแบบนี้ไปจนหมดเดือน แค่เห็นก็เหมือนจะเมาเครื่องซะแล้วเรา กลัวเรื่องไปนอนค้างสุดๆกลัวไม่ตื่น
ต้องเอาตารางบินไปคำนวณเวลา chk in จะได้ไม่พลาดให้โดนตัดคะแนนถ้าไปรายงานตัวช้าแต่คืนนี้งานด่วนกว่าคือคัดลายมือ(อีกแล้ว) โดนอีก 200 จบประโยคเดิมเลยถ้านับคืนนี้ด้วยสิริรวมเป็น 500 จบแล้วเนี่ย
No comments:
Post a Comment