Monday, July 01, 2002

“ออกเดินทางสู่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ 9 (ขญ. 9) เพื่อเริ่มเดินทางเท้า 2.5 กม. สู่ตำนานสายน้ำอันยิ่งใหญ่ "แก่งหินเพิง" เริ่มต้นด้วยความมันส์กับการล่องแก่งที่จัดอยู่ในระดับ 3.5 ด้วยเรือยางล่องไปตามกระแสน้ำอันเชี่ยวกราก หลากอารมณ์ที่ท้าทายวิญญาณ นักสู้ของท่านที่ "แก่งหินเพิง" ตามด้วยแก่งเบาๆ สบายๆ อย่าง"แก่งวังผักหนามล้อม" และ "แก่งวังบอน" ก่อนเตรียมปราบพยศที่ "แก่งลูกเสือ" และเราจะพาท่านมาเก็บความสนุกกับความโหด มันส์ ฮา ไม่แพ้แก่งอื่นที่ท่านสามารถสัมผัสได้ด้วยตัวของท่านเองที่จะปล่อยตัวล่องไปตามกระแสน้ำที่ไหลอย่างสบายๆ อย่าง "แก่งวังยาว" หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "ช่องแคบมะละกา" จากนั้นติดตามด้วยความโหด (กรี๊ด) แบบที่สนุกไม่แพ้ใครมีฉายานามว่า "แก่งวังไทร" และหลังจากหมดเสียงกรี๊ดเราจะมาเล่น Wave ที่ "แก่งงูเห่า" และเราจะพาท่านเล่นน้ำมากับเพื่อนของท่านและความเย็นของน้ำที่จับใจ”

อ่านแล้วอยากไปมั้ย ? วันหยุดที่ใช้ชีวิตราบเรียบได้เปลี่ยนบรรยากาศไปทำอะไรที่ไม่เคยทำไปไหนที่ที่ไม่เคยไปอย่างนี้ซะบ้างใครจะพลาด ที่ทำงานเก่าเค้าจะไปเที่ยวกันฉันในฐานะหัวหน้าแก๊งค์เด็ก(ถึงแม้จะลาออกจากบริษัทมาแล้ว)ก็ต้องไปกับเด็กๆอยู่แล้ว ไม่ต้องจัดการอะไรเลยจ่ายแต่ตังค์แล้วรอรถมารับที่บ้านเท่านั้น(จะไปเที่ยวที่ไหนกันก็รู้วันที่ไปนั่นแหละ)

ออกเดินทางวันเสาร์ตอนเช้าสารถีก๊อกมารับที่บ้านไปเจอกับคนอื่นๆที่บริษัทแล้วก็ขับตามๆกันไปมีรถไป 3 คัน แก๊งค์เด็ก 1 คัน(ก๊อก เอ รสและฉัน) รถซุป(supervisor) 1 คัน(พี่วุฒิ พี่อี๊ด) รถผู้ใหญ่ 1 คัน(พี่บี พี่เล็ก อาโบ) ตอนเย็นจะตามมาอีกคันเรียกว่ารถเสี่ยงคงจะดี ขับโดยอิฐ และผู้ร่วมชะตากรรมอีกสองคือ ฝนกับน้องปาล์ม พวกที่ไปแต่เช้าได้ไปเที่ยวเขาใหญ่ก่อน ก๊อกนำทาง(ถิ่นของเขา)ไปดูน้ำตกเหวสุวัต น้ำตกก็โอเคแหละแต่เด็ดที่เจอหมีหมามันเดินออกมาจากป่ามาหาคน เจ้าหน้าที่กำลังนำทางมันจะพาไปเข้าป่า เค้าบอกว่าเลี้ยงมาแต่เด็กแล้วมันก็ติดคนซะแล้วเอาไปปล่อยก็เดินออกมาริมถนน หน้าตามันก็น่ารักอยากจะจับแต่ว่าเล็บมันยาวเหลือเกินเจ้าหน้าที่บอกว่าไม่จับจะดีกว่า พอเราเดินกลับไปเอารถเพื่อจะไปที่อื่นต่อ หมีก็อยู่แถวต้นไม้แถวนั้นแต่มีคนสองคนดันไปล่อมันออกมาทีนี้มันก็เข้าไปในห้องน้ำหญิงห้องน้ำชายให้คนกรี๊ดกร๊าด(ฝรั่งชอบวิ่งมาดูใหญ่) เจ้าหน้าที่คนใหม่มาล่อมันออกจากห้องน้ำมันก็กอดก่ายและงับๆขาเจ้าหน้าที่ใหญ่เลย ฉันเห็นเค้าใส่ถุงขาวๆที่หน้าแข้งนึกว่าใช้กันหมีข่วนปรากฎว่ามันคือถุงเท้ากันทากต่างหาก

ทิ้งเจ้าหมีไว้ที่นั่นอยากจะถ่ายรูปเก็บไว้แต่ปรากฎว่าไม่มีใครซักคนเอากล้องถ่ายรูปมา...ให้ตาย ! จากนั้นคณะของเราก็เดินทางต่อไปน้ำตกเหวนรก(จริงๆ) กว่าจะได้ชมน้ำตกเดินกันนานเลยแถมที่มันนรกจัดๆก็ตรงที่ต้องเดินลงบันไดชันๆไปดูน้ำตกแต่ก็สวยคุ้มเหนื่อยเลยหละ น้ำสาดกระเซ็นสวยดี อีกครั้งที่ต้องบันทึกภาพไว้ในความทรงจำ(น่าจะมีทริปถ่ายรูปซ่อม) แล้วตอนเดินขึ้นจะกลับก็หอบแฮกไปตามๆกัน

ออกจากน้ำตกขับอ้อมไปดูอ่างเก็บน้ำมอสิงโต สวยยยยยยยยยยย (ได้โปรดมีทริปถ่ายรูปซ่อมเถอะ) ขับมาดูทุ่งหญ้าส่องหากวางก่อนเข้าที่พัก เราพักที่วังตะพาบรีสอร์ทไปถึงที่พักเค้าจัดอาหารเย็นไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ก็ลงมือกันเลย ดูบอลไปด้วยกินไปด้วย พี่ฟู(เกาหลีเบอร์ 19)น่าร้าก... บอลจบรถอิฐยังมาไม่ถึง รอแล้วรอเล่าก็ไม่มา ออกจากกรุงเทพบ่ายสี่มาถึงสี่ทุ่ม(เว่อร์ไปป่าวหว่า) โทรกันครั้งสุดท้ายมันก็ใกล้แล้วแต่ไม่ถึงซะที(ขอโบวก...dtac ไม่มีสัญญาณ) ก๊อกต้องขับรถออกไปรับมาเพราะขับหลงกันไปถึงไหนไม่รู้แล้น มาถึงให้กินอาหารที่รีสอร์ทจัดไว้กับทำบาร์บีคิวที่เตรียมกันมา(ก๊อกเตรียม..อีกแล้นทำคนเดียวโม้ด เหนื่อยมะเนี่ยสงสัยจะไม่มีทริปหน้า) เพ้อเจ้อไปกินไปจนดึกดื่นก็แยกย้ายไปนอน พรุ่งนี้จะไปล่องแก่งแล้ว

เช้าวันอาทิตย์ตื่นมาทางที่พักเค้าก็มีอาหารเช้าบริการ พ่อก๊อกตามมาสมทบและพี่ๆอีกเพียบจากออฟฟิศ(เก่า) สิริรวมเป็น 18 คน 9โมงกว่าออกเดินทางไปแก่งหินเพิงทำทุกอย่างเหมือนที่เขียนไว้ข้างบน เดิน 2.5 กิโลไกลหวะถือพาย ถือหมวกกันน๊อค ใส่ชูชีพเดินไปด้วย (ถ่ายรูปมาดูงงๆอยู่ในป่าไผ่เหมือนจะไปขุดหน่อไม้แต่ใส่ชูชีพ)แล้วยังเพิ่มรสชาติด้วยแพคว่ำ(ไม่ใช่แพเรา อิอิ) และก้นกบฉันกระแทกหินตอนเอาตัวเราไปล่องในน้ำ 2 เด้งเจ็บสะเทือนใจจริงๆ

ขึ้นจากน้ำนั่งรถกลับที่พักอาบน้ำเก็บข้าวของเดินทางกลับกรุงเทพ บางคนก็กลับบ้านบางคน(ก็ไอ้รถ 3 คันแรกทั้งหมดแล้วก็อิฐ)ก็ไปต่อบ้านอาโบ(หัวหน้าแผนก)ไปดูบอลรอบชิงชนะเลิศที่นั่นก่อนกลับบ้าน

สนุกจังอยากไปเที่ยวอีก...แต่กลับมาไม่สบายรายงานก็ไม่เสร็จ วันที่ 4 เป็นคนเสริฟอีกแล้ว

No comments: