Friday, April 12, 2002

ไม่ได้เขียนไดอารี่ไปวันสองวันเพราะยังคงโชคร้ายต่อเนื่องอยู่ประปราย บางครั้งก็ซวยจนคิดว่า เอาวะ!! ซวยกันเข้าไป

วันที่บอกไปงานศพพ่อของพี่อ้วนฉันใส่เสื้อตัวซวยที่ใส่ตอนวันโดนจี้ด้วยใจคิดว่าเอามันไปล้างซวยซะหน่อย งานศพจัดแบบจีนๆไทยๆ(มีพระสวด มีการเคารพศพ) พี่อ้วนแจกด้ายแดงบอกว่าให้เอาไปผูกหน้าบ้านจะโชคดี(แจกทุกคนที่มางาน) งานนี้พระสวดหลายจบไม่มีเทศน์เหมือนงานของยายฉัน แถมสวดไปแจกเกี๋ยมอี๋ไปได้ด้วย

หลังงานเลิกเค้าจะไปกินข้าวกันต่อที่ Riverbar (ไปงานศพกันทุกคนในแผนกแต่ไปต่อไม่ทุกคน) ฉันไปกับเค้าด้วยเพราะตอนนั้นก็จะสามทุ่มแล้วไม่มีทางกลับคนเดียวแน่ๆ ไปกินข้าวแล้วมีคนไปส่งที่บ้านทำไมจะไม่ไปเล่า

ทุกอย่างก็ดูดีใช่ม้า...กินข้าวในร้านบรรยากาศดีๆเพลงเพราะๆอาหารอร่อย(แต่แพง) อะไรๆก็โอเคๆจนห้าทุ่มจะกลับบ้าน จะกลับบ้าน จะกลับกับก๊อกกับเอแต่ว่าก็ไม่ได้กลับเพราะใครๆก็บอกว่าอีกแป๊ป อีกแป๊ปเดียว แล้วเราก็ซวยจนได้ เริ่มจาก Bossilla(กลับจากพัทยาฉันเอารูปที่ถ่ายกับแก๊งค์และแกมา edit ตั้งชื่อแกว่า Bossilla แกท่าทางจะชอบเพราะขอรูปนั้นไปเป็น wallpaper ด้วย)กับพันเล่นสาดน้ำสงกรานต์กัน ก็เอาน้ำในแก้วนี่แหละ แต่ไปๆมาๆพันเดินเอาน้ำไปราด Bossilla เลย เค้าเลยเดินมาท้ายโต๊ะ(แถวเรานั่ง)แล้วเอาถังน้ำแข็งมาจะราดพันซึ่งนั่งถัดเราไปสองคน ทีนี้ฝน(นั่นติดกับพัน) ฉันและน้องเอ กลัวเปียก ก็มากระจุกกันให้ห่างๆสองคนนั่นไว้ แล้วพันก็กรี๊ดๆ ปัดๆ ไอ้ถังเวรนั่นเลยลงมากลางวง มีเสียงของแตกแล้วอะไรก็ไม่รู้เข้าตาเรา แสบตาและลืมตาไม่ขึ้นเรากลัวเป็นแก้วมากๆ ในใจคิดว่าอย่าให้เป็นแก้ว อย่าให้เป็นแก้ว ฝนพยุงฉันไปล้างตาเพราะว่าลืมตาไม่ได้และแสบตามากๆ ปรากฎว่าเป็นแค่พริกเข้าตา โล่งใจไปหน่อย ออกมาจากห้องน้ำประชาชนแทบจะลุกมาทั้งโต๊ะ Bossillaก็มาคาราวะขอโทษ ฮือๆไม่เป็นไรหรอกเรามันโชคร้ายเอง ก็คิดดูมีกัน 3 คนที่กระจุกอยู่ตรงนั้นแต่ฉันโดนคนเดียว เราบอกท่านไดฯ ฉันควรลาพักร้อนอยู่บ้านเฉยๆนะ

จากนั้นเราก็แยกไปนั่งห่างๆโต๊ะหน่อยกันความซวยจะมาเยือนซ้ำและเมื่อกลับถึงบ้านฉันเลิกสนใจด้ายแดงที่ได้มาจากงานศพเพราะคิดว่าคนมันจะโชคร้ายยังไงซะก็โดนอยู่ดี

No comments: