เคยคิดว่าชีวิตของฉันราบเรียบจนไม่รู้จะหยิบจับอะไรมาจดบันทึกไว้ แต่ชีวิตก็ไม่แน่ไม่นอนตามแบบของมันเสมอ ช่วงเวลาจากปลายเดือนที่แล้วมาจนถึงวันนี้มีเรื่องเกิดขึ้นกับฉันซึ่งฉันคิดว่าออกจะมากเกินไปด้วยซ้ำ
ฉันไปสัมมนากับแผนกที่พัทยาวันที่ 30-31 ก็สนุกสนานดีแต่ตอนนี้แทบจะนึกถึงรายละเอียดไม่ได้มากนักเพราะมาโดนจี้ในซอยบ้านตัวเองตอนเดินกลับบ้านเมื่อวันที่ 2 เมษา เสียกระเป๋าตังค์ เสียตังค์ไปสามพัน เสียเอกสารทุกอย่าง คนร้ายมา 2-3 คนขี่มอเตอร์ไซค์เร่งมาในซอย ฉันรู้สึกแปลกๆแล้วหละเพราะว่าซอยบ้านฉันเป็นซอยตัน รถไม่พลุกพล่าน ตอนแรกคิดว่ามันจะขี่มากระชากไปเลย เราก็เอาตัวเบี่ยงมาข้างรถที่จอดอยู่จับกระเป๋าไว้แนบตัว แต่มันเสือกลงมาถึงตัวเลย ในหัวตอนนั้นกลัวโดนข่มขืนแต่มันจะมาเอาสร้อยทองซึ่งเราไม่ได้ใส่ทองใส่แต่สร้อยสแตนเลสเพราะห้อยเจ้าแม่กวนอิมซึ่งมันก็ยังเอาไปอีก(ตอนไหนไม่รู้...ฉันขอให้เจ้าแม่ลงโทษมันที) กระเป๋าตังค์หนะจริงๆไม่ให้มัน ให้ได้ไง เงินก็ไม่มี หนี้ก็ผ่อนไม่หมด แต่มันดึงคอเสื้อแล้ววันนั้นใส่เสื้อที่กระดุมเป็นแป๊ะ มันดึงคอเสื้อกระดุมก็หลุดฉันกลัวจะเสียอย่างอื่น เปิดกระเป๋าเอากระเป๋าเล็กให้ มันเสือกลวงไปเอากระเป๋าใหญ่แล้วผลักเราล้ม แล้วก็หนีไป ตอนแรกมันให้เราเอาเงินเอามือถือให้มันด้วย แต่เราไม่ให้ซึ่งก็ดีที่เราไม่เสียมือถือไปด้วย ลุกขึ้นมาได้ เกิดมาไม่เคยใช้บริการก็ใช้วันนี้แหละ โทร 191 ทันที แต่ก็รู้ว่าตำรวจคงช่วยอะไรไม่ได้เพราะว่าเราเองจำอะไรไม่ได้เลย
ฉันไม่บาดเจ็บอะไรมากแต่ปากแตกเจ็บปากมากนี่ปากก็ยุบๆแล้วและแผลก็ไม่เจ็บเท่าไหร่ แต่เจ็บใจที่ไม่ทำอะไรเลย ไม่สู้ ไม่จำรายละเอียด ใครๆก็บอกว่าดีแล้วที่ไม่เป็นไร ดีแล้วที่เสียแค่เงิน ดีแล้วที่เจ็บแต่ปาก ถือว่าเป็นการฟาดเคราะห์ไป เค้าว่าดีแล้วที่ไม่สู้ซึ่งคิดแล้วถ้าฉันจะเสียเงินฉันก็น่าจะเอาเงินให้มันไปซะ ไม่ต้องมาลำบากเรื่องบัตรต่างๆเต็มไปหมด ฉันคิดว่าบางทีต้องไปเรียนศิลปะป้องกันตัวอย่างจริงๆจังเพราะแค่ body combat อะไรนั่นถึงเวลาจริงๆจำห่าอะไรไม่ได้เลย
แต่แค่โดนจี้ยังไม่ใช่ที่สุดของสัปดาห์ให้มันรู้ไปเลยว่ามีเลวร้ายก็มีเลวร้ายกว่า คุณยายของฉันเสียวันที่ 6 ตอนนี้เราจัดการเรื่องคุณยายเสร็จแล้ว มีพิธีสวด 3 คืนแล้วก็เผาเมื่อวานเก็บกระดูกกลับบ้านเรียบร้อย รอหลังสงกรานต์แม่,น้าๆ,ยายกลางและเพื่อนซี้ของคุณยายจะขึ้นเชียงใหม่ เราจะเอากระดูกคุณยายไปไว้วัดที่แม่ฉันไปประจำช่วงนั้นฉันยังไม่กลับจากพักร้อนพอดี (กลับบ้าน 14-22 เมษา) จะทำบุญกระดูกกันอีกทีที่นั่น
ตอนนี้คุณยายก็ไปสบายแล้วไม่ทรมานกับความเจ็บป่วยอีกแล้ว ส่วนฉันก็ยังคงมีชีวิตอยู่ชีวิตที่เวียนว่ายอยู่ในความไม่แน่นอน ความไม่ปลอดภัย ความบ้าความบออะไรอีกมากมาย ใครจะรู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นยังไง
ป.ล คืนนี้ไปงานศพพ่อพี่อ้วน พี่ในแผนก
No comments:
Post a Comment