Wednesday, February 27, 2002

กลับมาทำงานตามปกติแต่ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลจากการโดนแมวข่วน แต่หนักๆเลยคือที่ฝ่ามือขวาโดนไป 2 เล็บยาวๆกับโดนเจาะ 1 รู เพราะเจ้ามะลินั่นแหละ แต่ก็เพราะเราอีกด้วยที่พามันออกมานอกกรงจนเคยตัวพอจะเอาเข้ากรงมันไม่ยอมกระโจนหนี มันคงไม่ได้ตั้งใจข่วนหรอกแต่จังหวะดีดตัวนี่สิถากหนังกำพร้าอิฉันหลุดไปสองแนว เจ็บแสบ ดีว่าโดนวันจันทร์(ซักผ้าหมดบ้านแล้ว)

มาที่ทำงานพี่วุฒิกับพี่ปอนด์บอกให้ไปฉีดยา(น้าเห็นแผลก็บอกให้ไปฉีดบาดทะยัก) ลองถามพี่อ้อ HR เค้าบอกว่าประกันสุขภาพรับ (ถ้าไม่ฟรียอมตามดีฝ่า) หลังกินข้าว(ลากทุกคนไปกินแถวศาลาแดง)ฉันกับน้องเอแยกไปโรงพยาบาล ไปโรงพยาบาล BNH(Bangkok Nursing Home)อยู่ในซอยคอนแวนต์ มีคนมาต้อนรับดี คนไข้เป็นฝรั่งเยอะเลย

หมอที่เราไปพบเค้าก็อธิบายดี(ปกติหมอที่เราเจอจะตรวจๆแล้วก็เสร็จละไม่พูดคุยเท่าไหร่) ตอนแรกเค้าก็ซักประวัติเราก่อนว่าเคยฉีดยาตอนเด็ก(โปลิโอ คอตีบ บ้าบอคอแตก อีกเยอะแยะ)หรือเปล่าเพราะมันผสมยากันบาดทะยักไปด้วย เราต้องโทรไปถามแม่ใคร แล้วยังถามว่าตอนอายุ 12-13 ฉีดกระตุ้นหรือเปล่า อันนี้จำไม่ได้แต่เผอิญตอนป .6 เคยเล่นลูกหมา(บ้า)ที่โรงเรียนโดนฉีดยากันเกือบทั้งชั้นแหละ หมอเค้าถือว่าเป็นแต้มต่อก็เลยให้ฉีดยากระตุ้น 2 เข็ม(นัดอีกทีวันเสาร์) เราเลยถามหมอเรื่องบาดทะยักว่าโดนแมวข่วนทำไมต้องฉีดด้วยเรานึกว่าต้องโดนอะไรที่เป็นสนิม หมอบอกว่าเป็นการเข้าใจผิดเชื้อบาดทะยักอยู่กับดิน แล้วก็ถ้าเป็นสปอร์แห้งจะมีอายุนานซึ่งยาที่เค้าฉีดให้เราก็ผสมยากันบาดทะยักด้วยจะป้องกันได้ไปอีก 10 ปี เราถามว่าแมวเราฉีดยากันบ้าแล้วไม่พอเหรอ หมอว่าฉีดยากันบ้าแล้วก็จริงแต่มันไม่ 100 % ที่จะครอบคลุมตลอดเวลา 1 ปี(ช่วงที่มีภูมิอาจประมาณ 85%) แต่ถ้าเราขลุกขลีกกับหมาแมวเราก็ฉีดด้วยอันนี้ปลอดภัยชัวร์(ยังงี้ต้องให้ปุ๊กไปฉีดบ้าง)

ตอนออกมารอจ่ายเงิน พี่พยาบาลที่ฉีดยาบอกว่าให้ไปรอที่หน้าการเงินนะคะ ค่ายาของวันเสาร์รวมไปแล้ว(อ่าวพี่...จะเกินพันบาทมั้ยเนี่ย) พอถึงคิวเราจ่ายเงิน เราเห็นวงกลมรอบตัวเลย 1670 ฉันพูดว่าคงไม่ใช่ค่ารักษานะ คนคิดตังค์บอกว่าใช่ เจี๊ยกกกกก... เราถามว่าทำไมไม่แยกสองวันง่ะ เค้าก็เลยแยกให้ แต่ทำไมพอแยกแล้วกลายเป็นเราต้องจ่ายเพิ่ม 120 อ่ะ (ประกันจ่ายให้ 1000) 1670 หารสองมันก็ไม่เกิน 850 สิ ยังงี้โกงนี่นา แล้วทำไมโกงให้เราต้องจ่ายเพิ่ม 120 เล่า(รวมๆกันไปสิ ใบที่ไปเบิกประกันบอกว่าค่าหมอ 300 ค่ายา 700 แล้วใบของเราบอกค่ายา(อะไรอีกวะ) 70 ค่าเวชทะเบียน 50) กลับมาเล่นให้พี่อ้อฟัง พี่อ้อบอกว่าทำไมไม่ถาม(เรามันงี่เง่าเอง)เป็นพี่จะด่าให้ วันเสาร์จะต้องจ่ายอีก 120 มะเนี่ย โธ่เว้ยยังไม่เดือนมีนาก็เสียเงินแล้ว

กลับมาโต๊ะมาพลิกๆดูบัตรนัด อ่ะจ๊ากเป็นบัตรประจำตัวผู้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า (ฮา)

Chiangmai report
ถึงเชียงใหม่วันศุกร์เช้า นั่งตุ๊กตุ๊กกลับบ้าน เข้าบ้านมาลมจะใส่ฝุ่นฮึ่มแถมมะลิอยู่ในกรงตะกรุยทราย(ส้วม)กระจายเกลื่อนพื้นเป็นการรับขวัญเรา(ต้องถูไม่งั้นนอนไม่ได้)

แมวๆก็สบายดี มะลิ(แมวขาว)ตัวใหญ่หน้ากลม ขุรขระยังชอบโซ้ยเด็ก(มะลิ)เหมือนเดิม น้องอดัมส์ก็ขี้อ้อนแต่ไม่ยักกะไล่กัดมะลิเหมือนขุ เสือเข้ม หมี หูตั้งยังอยู่(แมวนอกบ้าน) เจ้าเหลือง(ทองก้อน)ตัวใหญ่มากๆน่ากลัวอายุแค่ขวบเดียวเองเวลานั่งข้างพี่ๆ(แมว) พี่ตัวกระเปี๊ยกเดียวเองแถมมีแมวใหม่สีดำกับสีนวลมากินข้าวบ้านเราอีกอย่างเกี่ยวกับแมว เราคิดว่าแมวก็หน้าแมวเหมือนๆกันไม่มีพิเศษแต่ตอนเห็นเสือเข้มครั้งแรกตกใจนึกว่าลายน้อยหน้าเหมือนลายน้อยมากแสดงว่าการถ่ายทอดลักษณะก็เหมือนกับคนแน่ๆ เหมือนเราหน้าตาเหมือนแม่อะไรทำนองนั้น คุณน้องของเรายังสมบูรณ์ดีแม้จะกินมาม่าบ่อยแต่ผมยังไม่ร่วง

เพื่อนๆเจอกันแค่กินหมูกระทะเย็นวันเสาร์เท่านั้น ส่วนใหญ่เจอเบญมากกว่าเพราะมาที่บ้านตั้งแต่วันเสาร์เช้า กินข้าวกับเพื่อนๆ พาไปซื้อมือถือ (เรื่องนี้เพื่อนๆกรี๊ดกันทุกคนรวมทั้งคนที่บ้านเบญด้วยเพราะบอกให้มันซื้อตั้งนานมันไม่ซื้อแต่พอคนอื่นบอกมันซื้อ!!! เลยโดนอีกข้อหาริมีเด็กเนต อิอิ) เบญค้างที่บ้าน ไปเที่ยวกันวันอาทิตย์ ไปส่งที่บ้าน(กินข้าวฟรีอีกต่างหาก) ส่วนต่ายเจอแบบแว้บๆ(วันเสาร์ไม่มาเจอแต่วันอาทิตย์รับไปช้อปที่โรบินสันด้วยกันแต่เค้าก็แว้บไปดูหนังต่อเพราะแฟนเค้าก็มา)

วันอาทิตย์ค่ำไปเดินถนนท่าแพ เค้ามีปิดถนน มีการแสดง ขายของ ฉันซื้อสร้อยน่ารักรูปแมว(ตัวแมวทำจากเงิน) กับกางเกงสะดอ 1 ตัว เดินไกลสุดถนน(จากเชียงอินน์พลาซ่าถึงประตูท่าแพ)ข้อเท้าสึก ปวดข้อเท้า อากาศที่เชียงใหม่ยังหนาวอยู่เดินเล่นแบบนั้นก็เลยเพลินดี แวะร้านแวะวัดสนุกดีเกือบตบะแตกซื้อของ แวะเข้าไปไหว้พระในโบสถ์ทุกวัดเลย(วัดแถวนั้นผ่านประจำแต่ไม่เคยเค้าไป) เพดานโบสถ์วัดบุปผารามสวยและผนังไม่ใช่รูปวาดแต่เป็นไม้แกะสลัก สุดยอดดดดดด.... อยากถ่ายรูปไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้เดินแบบนี้อีก(ปกติไม่มีที่จอดรถ ปกติกลางคืนร้านขายของปิด ส่วนวัดหนะใครจะกล้าเข้าตอนกลางคืน กลางวันร้อนไม่อยากเดิน) ที่สุดถนนเค้ามีให้วาดรูปบนพื้นถนนได้ มีกลุ่มวัยรุ่นแต่งกายน่าเกรงขาม(กลัวจริงๆ) รีบเดินกลับเลย น้องเราบอกว่าจะต้องยกมือไหว้มะเนี่ย ต้องบอกว่าพี่มาดีนะ มาดี ไม่ได้มาลบหลู่(ฮ่า) แต่แฟชั่นมันไปทุกที่อย่างรวดเร็วจริงๆ เหมือนที่เห็นในบางกอกมาแหมบๆ เดินกลับมาที่จอดรถด้วยสภาพสะบักสะบอม นั่งกินพาสต้ากับมันฝรั่งทอด(แบบใหม่ มันสับปั้นเป็นก้อนทอดจำชื่อไม่ได้)ที่พิซซ่าฮัทแล้วกลับบ้าน

วันจันทร์ซักผ้า โดนมะลิข่วน ไปดูหนัง กินข้าวที่ riverside (ไปดูหน้าผู้จัดการ สูง เท่ เป็นฝรั่ง วันศุกร์เย็นไปกินมาแล้วทีนึง เท่ค่ะเท่ อีกอย่างเพลงที่นี่เพราะกว่า goodview และ cottage จัดให้เป็นอันดันหนึ่งใน puiii chart) วันอังคารออกไปกินบุพเฟ่ต์มังสาวิรัติที่ร้านคุณเชิญ ไปหาต่ายเอาใบรับรองแพทย์ กลับบ้าน กวาดและดูดฝุ่น ดูทีวี ขึ้นรถไฟกลับบางกอก

No comments: